LifestyleKorea

{수능 ; นับถอยหลัง 100 วัน กับการเตรียมตัวสอบเข้ามหาลัยของเด็กเกาหลี
วิธีการเตรียมตัวสอบที่ดี ที่อยากให้เด็กไทยทำตาม}

 

นี่คือคลิปแคมเปญนึงของที่เกาหลี ที่ซ่อนกล้องและให้เด็กเกาหลีคนนึงร้องไห้
ขอให้คนที่ไม่รู้จักกอดเค้า น้องเค้าบอกว่าชีวิตม.6มันลำบาก
วันนี้เราจะมาเล่าเหตุผลให้ฟังอย่างละเอียดเลยว่าทำไมเค้าถึงบอกว่าลำบาก
ลองดูคลิปนี้ก่อนมีซับอิ้งค์ แล้วจะเข้าใจในสิ่งที่เราจะเล่าต่อไปนี้มากขึ้น
นี่คงเป็น post ที่มีสาระมากสุดสำหรับเพจนี้เลยล่ะ 
อยากให้แชร์กันเยอะๆ

 

https://youtu.be/9npfWzdiRm0

 

ในปี 2015 นี้การสอบเข้ามหาลัยหรือที่เกาหลีเรียกว่า 수능 (ซูนึง)
ตรงกับวันที่ 12 พฤศจิกายน เหล่าเด็กมัธยมปลายปีที่ 3 (고3)
เค้าก็ได้มีการนับถอยหลัง D-100 จนกว่าจะถึงวันสอบทุกๆคน
จะมีการเตรียมตัวในการอ่านหนังสือต่างกันไป เหตุผลว่าทำไม
ถึงต้องเตรียมตัวกันหนักขนาดนี้ จะเขียนให้ตอนท้ายค่ะ

 

แต่ที่อยากให้ทุกๆคนอ่านโดยเฉพาะน้องๆคนไทยจะได้รับรู้คือความขยัน
และตั้งใจของบรรดาน้องๆที่เกาหลีว่าเค้าตั้งใจกันมากขนาดไหน
บางคนอ่านกันวันละไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง โดยปกติการอ่านหนังสือสอบ
ของนักเรียนที่นี่จะมี "นาฬิกาจับเวลา" ที่หาซื้อได้ตามร้านเครื่องเขียนทั่วไป
ซึ่งน้องๆเคัาจะไว้บันทึกว่าในแต่ละวันเค้าอ่านไปมากแค่ไหน
และอ่านอะไรไปบ้าง โดยช่วงนี้น้องๆเค้าจะใช้ instagram บันทึกไว้ค่ะ
โดยสามารถตามดูได้จากแท็กเหล่านี้ ‪#‎수능‬ ‪#‎공스타그램‬ ‪#‎공부스타그램‬
น้องบางคนก็จะมีลิสต์ไว้เลยว่าในช่วง 100 วัน
ก่อนถึงวันสอบ น้องตั้งใจจะทำอะไรบ้าง 
บางคนก็ตั้งเป้าหมายรายวันเลยว่า วันนี้จะอ่านอะไรบ้าง

ซึ่งเราว่ามันเป็นวิธีที่ดีนะคะ นอกจากตัวน้องๆเองจะได้รู้สถิติการอ่านในแต่ละวัน
ยังแชร์ให้กับเพื่อนๆคนอื่นได้ด้วยค่ะ เราอยากให้น้องๆนักเรียนคนไทย
เอาวิธีพวกนี้ไปเป็นแนวทางในการสอบทุกๆอย่าง คือเราต้องตั้งเป้าหมายก่อน
และเก็บทุกรายละเอียดว่า เพื่อจะไปถึงเป้าหมายนั้น ในแต่ละวันเราทำอะไรไปบ้าง
เมื่อน้องๆไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ แล้วย้อนกลับมาดูว่าที่ผ่านมาเราพยายามแค่ไหน
เราผ่านอะไรมาบ้าง เราจะรู้สึกภูมิใจในตัวเองมากเลยค่ะ ขนาดตัวเราเอง
ที่ดูน้องๆเกาหลีเหล่านี้แล้วเรายังรู้สึกได้ถึงความขยันและตั้งใจจริงๆ
และแอบเป็นกำลังใจให้อยู่ห่างๆ เพราะการติดตามดูพวกเค้าเหมือนเราลุ้นไปกับเค้าเลย

ทำไมถึงตั้งใจและเครียดขนาดนั้น?

เหตุผลที่เด็กเกาหลีต้องเตรียมตัวและตั้งใจกับการสอบเข้ามหาลัยขนาดนี้
เป็นเพราะการสอบเข้ามหาลัยของที่เกาหลีต่างจากไทยตรงที่มีการสอบแค่ครั้งเดียว
ไม่มี Gat Pat อะไรยิบย่อยแบบบ้านเราทั้งนั้นค่ะ และการสอบนี้จะเป็นตัวตัดสินอนาคต
ของพวกเค้าเลยว่าจะต้องทำยังไงต่อไปกับชีวิตดี เรียกได้ว่าเป็นอีกวันที่สำคัญที่สุดในชีวิต

การสอบเข้ามหาลัยดีๆที่ตั้งเป้าหมายไว้ มันรวมไปถึงอนาคตการทำงานในวันข้างหน้า
สิ่งสำคัญที่สุดในการรับคนเข้าทำงานคือ "มหาลัยที่คุณจบมาคืออะไร"
และที่เกาหลีมหาลัยรัฐบาลที่จะรองรับน้องๆมีน้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการ
หากน้องๆสอบไม่ผ่าน ก็รอสอบใหม่ปีหน้าเลย น้องบางคนก็ยอมแพ้ไม่เอาแล้ว
ไปเรียนต่างประเทศก็มีค่ะ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของตัวน้องและครอบครัว
การแข่งขันค่อนข้างสูงเพราะมหาลัยดังๆก็มีไม่มาก หากจบมหาลัยไม่ดัง 
โอกาสได้ก็น้อยกว่าที่เกาหลีจึงมีปัญหาการว่างงานเยอะ จึงเป็นเหตุผลที่ว่า
ทำไมเค้าถึงเครียดกันขนาดนี้ทั้งๆที่อายุยังน้อย น้องที่ผิดหวังจากการสอบหลายๆคน
ตัดสินใจไม่เรียนและไปหางานพาร์ทไทม์ทำก็มี หนักไปกว่านั้นคือ ฆ่าตัวตาย
ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นค่ะ แต่ก็ยังมีให้เห็นอยู่ล่าสุดก็ปีที่แล้วที่ออกข่าว

ในทุกๆปีวันสอบ 수능 ที่เกาหลีจะมีการจัดการ การจราจรและเตรียมความพร้อม
ทุกๆอย่างเพื่ออำนวยความสะดวกให้น้องๆ เริ่มตั้งแต่บางร้านมีนมมีขนมปัง
แจกให้กับน้องๆที่ต้องสอบ หรือส่วนลด สิทธิพิเศษต่างๆ กินฟรีก็มีค่ะ
ไปจนถึงการยกให้เป็นวันปิดของทุกโรงเรียนเพื่อไม่ให้รถติดในตอนเช้า 
ในช่วงสอบพาร์ทของการฟังนั้น บนท้องถนนห้ามทำอะไรก็ตามที่ก่อให้เกิดเสียงรบกวน
ห้ามบีบแตร ห้ามส่งเสียงดังในบริเวณนั้น ห้ามเปิดเครื่องกระจายเสียงต่างๆ
หรือแม้กระทั่งห้ามเครื่องบินขึ้นลงในช่วงเวลานั้น นี่ไม่ได้เวอร์ แต่คือเรื่องจริงค่ะ
แต่ที่เราชอบคือ ที่หน้าสถานที่สอบก็จะมีกองเชียร์มาส่ง ให้กำลังใจด้วยนะคะ
เราว่าบรรยากาศตรงนั้นดูอบอุ่นดี ^^

นี่แหละค่ะเป็นเหตุผลที่ทำไมน้องๆถึงตั้งใจและเครียดกันขนาดนั้น
แม้ประเทศเราการแข่งขันจะไม่สูงเท่าพวกเค้า แต่เราอยากให้ดูและเอาไปประยุกต์ใช้
เพราะสุดท้ายแล้วผลที่ได้มันก็ดีกับตัวน้องๆเองค่ะ

 

AikooAumz View my profile